สาเหตุที่ลูกติดเกม ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยทำให้พฤติกรรมนี้ซับซ้อนขึ้น มักเริ่มจากการเล่นเพื่อความสนุกสนาน

ก่อนจะค่อย ๆ ถลำลึกจนกลายเป็นพฤติกรรมติดขัดที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการเรียน สุขภาพ และความสัมพันธ์ในครอบครัว ผู้ใหญ่มักมองว่าสาเหตุหลักมาจากตัวเด็กเอง Internally หรือตัวเกมที่มีระบบจูงใจสูง แต่อันที่จริงแล้ว ยังมี สาเหตุแฝงขนาดเล็ก อีกหลายประการที่ผู้ใหญ่มักมองข้ามไป

 

  1. เกมเป็น พื้นที่ปลอดภัย และ พื้นที่ความสำเร็จ

ในโลกความเป็นจริง เด็กอาจต้องเผชิญกับความกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน คาดหวังจากผู้ปกครอง หรือการเปรียบเทียบกับคนอื่น เมื่อความสำเร็จในชีวิตจริงเกิดขึ้นได้ยากและใช้เวลานาน เกมจึงกลายเป็นทางออกที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางจิตวิทยาได้อย่างรวดเร็ว

 

การได้รับคำชมและรางวัลทันที: ในเกม การทำภารกิจสำเร็จจะได้รับการยอมรับ มีคะแนน และเหรียญรางวัลในทันที ซึ่งต่างจากชีวิตจริงที่เด็กอาจพยายามอย่างหนักแต่กลับมองไม่เห็นผลลัพธ์

พื้นที่ที่ปราศจากคำตัดสิน: ในโลกออนไลน์ เด็กสามารถเป็นใครก็ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดุด่าเมื่อทำผิดพลาด 

 

  1. การขาดทักษะการกำกับตนเอง และ Emotional Outlet

เด็กยังไม่มีสมองส่วนหน้า  ที่พัฒนาเต็มที่เท่าผู้ใหญ่ ทำให้การควบคุมตนเองและการบริหารเวลาทำได้ยากตามธรรมชาติ

ใช้เกมดับความรู้สึกแย่: เมื่อเด็กเผชิญกับความเครียด วิตกกังวล หรือความเหงา พวกเขาอาจยังไม่มีทักษะในการจัดการอารมณ์ตนเอง เกมจึงกลายเป็นกลไกการเอาตัวรอด  ที่ง่ายที่สุด

ขาดกิจกรรมทดแทนที่มีแรงจูงใจสูง:หากชีวิตหลังเลิกเรียนมีเพียงการเรียนพิเศษหรือการนั่งอยู่บ้านเฉย ๆ โดยไม่มีกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ที่สร้างความสนุกได้ทัดเทียม เกมจะกลายเป็นตัวเลือกเดียวที่ชวนดึงดูดใจที่สุด

 

  1. ช่องว่างความสัมพันธ์และพฤติกรรมเลียนแบบในครอบครัว

บรรยากาศภายในบ้านมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการก่อตัวของพฤติกรรมติดเกม

Quality Time ที่หายไป: ผู้ปกครองหลายคนอาจทำงานหนักจนไม่มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูก หรือแม้กระทั่งเวลาที่อยู่ด้วยกัน แต่ละคนก็ต่างอยู่กับหน้าจอของตนเอง

การใช้หน้าจอเป็น เลี้ยงลูกแทน: หลายครอบครัวยื่นสมาร์ตโฟนให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กเพื่อให้อยู่เงียบ ๆ จนกลายเป็นการสร้างนิสัยความคุ้นชินกับหน้าจอตั้งแต่เด็ก

การสื่อสารทางลบ: เมื่อเห็นลูกเล่นเกม คำพูดแรกของผู้ใหญ่มักเป็นการสั่งให้หยุด ดุด่า หรือเปรียบเทียบ ซึ่งยิ่งให้เด็กเว้นระยะห่างและหันไปหาเกมเพื่อหลีกหนีความเป็นจริง

 

การแก้ปัญหาเด็กติดเกมจึงไม่สามารถทำได้ด้วยการสั่งห้ามหรือยึดอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจมูลเหตุที่ซ่อนอยู่:

  1. สร้างพื้นที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน: เปิดโอกาสให้เด็กได้พูดคุยเกี่ยวกับเกมที่เขาเล่น ลองสนใจในสิ่งที่เขาชอบเพื่อสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์
  2. ช่วยเด็กตั้งเป้าหมายในชีวิตจริง: แบ่งเป้าหมายใหญ่ให้เป็นเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำสำเร็จได้ง่าย เพื่อให้เกิดความรู้สึกถึงความสำเร็จ ในชีวิตจริง
  3. ร่วมกันกำหนดขอบเขต: วางกฎการเล่นเกมร่วมกัน ไม่ใช่การออกคำสั่งฝ่ายเดียว และจัดหา กิจกรรมทดแทน ที่ได้ทำร่วมกันในครอบครัว

 

การมองเห็นสาเหตุเล็ก ๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ใหญ่ปรับเปลี่ยนมุมมองจากการ มองเด็กเป็นปัญหา มาเป็นการ ร่วมมือกับเด็กเพื่อแก้ปัญหา ได้อย่างยั่งยืน

 

 

ผู้ให้การสนับสนุนโดย    ผู้สูงอายุควรใช้เครื่องช่วยฟังแบบไหน

By admin